ได้อ่าน บล๊อคคุณ pack แล้วคิดเหมือนกันว่าเมืองไทยก็มักมีของเจ๋งแบบอะไรที่คิดไม่ถึง
ดังนั้นขอมอบรางวัลสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี(ที่ผ่านมา)ได้แก่.....

ได้อ่าน บล๊อคคุณ pack แล้วคิดเหมือนกันว่าเมืองไทยก็มักมีของเจ๋งแบบอะไรที่คิดไม่ถึง
ดังนั้นขอมอบรางวัลสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี(ที่ผ่านมา)ได้แก่.....

ปี 2004 ได้ไปฮิโรชิม่า เมืองดูสงบและเงียบมาก
แต่สาวๆหน้าตาเหมือนโดนรังสีจากนิวเคลียยีงไม่หาย ตัวซูบๆผอมๆหนายาวๆ หลอนยิ่งนัก
(ซ้าย)อนุสาวรีย์ซาดาโกะ กับนกกะเรียนที่เธอพับเพื่ออธิษฐาน
(ขวา)เด็กชายแก้ผ้าหน้า manga museum
ผิวคอนกรีตเป็นลายเนื้อไม้ !!!
นกกะเรียนที่พันตัวแทนคำอธิษฐาน ถูกคนไทยเอาไปโปรยแถวภาคใต้
เราก็มั่วเนียนไปได้เรื่อย >"<

น่าตกใจยิ่งกว่าสุวรรณภูมิ
Yogohama
ตั้งใจแวะไป Yogohama เพื่อไปดูงานนี้โดยเฉพาะ อยากเห็นนักไอ้ท่าเรือรูปทรงหวือๆ ที่ชนะการประกวดแบบที่มีแนวคิดน่าสนใจ คือท่าเรือใหม่ของเมืองที่เป็นพื้นที่สาธารณะของเมืองด้วย(พูดง่ายๆก็ประมาณสวนสาธารณะน่ะแหละ)
อาคารนี้เป็นท่าเรือที่อยู่บริเวณอ่าวของเมืองโยโกฮาม่า พื้นที่อาคารที่เหมือนยื่นลงไปในอ่าว จึงทำให้เห็นวิวรอบอ่าวได้ 360 องศาเลยทีเดียว ความน่าสนใจของอารคือเค้าออกแบบให้พื้นที่ส่วนบน(จะว่าหลังคาหรือดาดฟ้าก็ได้)ของอาคารท่าเรือเป็นเหมือนสวนสาธารณะที่มีลักษณะของพื้นเลียนแบบธรรมชาติ จึงทำให้มีลักษณะเหมือนเนินและทางลาดต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะปูด้วยไม้(จากบราซิลเพราะถูกกว่าไม้ในญี่ปุ่นมาก) และก็มีบางส่วนที่ปลูกหญ้า โดยสามารถเดินขึ้นไปได้เลยจากถนนทางเข้าอาคาร ถึงแม้จะไม่ได้มาลงเรือก็ไปเดินเล่นได้เพราะทางเข้าแยกกันจากท่าเรือ เป็นทางลาดลงมาเชื่อมต่อกับถนนเลย
วันที่ไปก็เห็นมีคนจูงหมามาวิ่งเล่น บางคนก็นั่งซึ้งชมวิวอยู่คนเดียวเหมือนคนอกหัก แต่ที่แน่ๆคือ แดดร้อนจัดมาก แต่ลมหนาวจับใจ นั่งไปได้ไงไม่เห็นชิล !!

ข้างใต้ก็เป็นบริเวณท่าเรือ คล้าย บขส น่ะ ตรงกลางเป็นเหมือนโถงโรงยิมขนาดใหญ่ ไว้นั่งรอเรือ วันที่ไปคนร้างมากๆ ยังกับฉากถ่ายหนังประเภท mask rider เพราะถึงจะถ่ายตอนสู้กันยังไงก็แทบไม่มีทางติดคนเข้าไปในกล้องแน่ๆ !!
